จิ้มก้อง (Tribute) VS บ้านใหญ่คุมซอย (DONROE)

 

ที่มาภาพ: https://www.ndtvprofit.com/trending/trendspotting-timeline-of-the-us-iran-war-through-google-searches-11177694

ารส่งกำลังบุกจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรและภรรยาในดินแดนเวเนซุเอลาและนำตัวออกจากประเทศไปเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในสหรัฐฯเมื่อ มกราคม 2026 ไม่เพียงทำให้โลกตกตลึงกับความแกรียน ของผู้นำสหรัฐฯที่ต้องการครอบครองแหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ยังเป็นการตอกย้ำถึงยุทธศาตร์ความมั่นคงแห่งชาติปี 2025 ของรัฐบาลทรัมป์ 2.0[1] (เผยแพร่เมื่อ ธันวาคม 2025)

           หลังปฏิบัติการ “อุ้ม” ผู้นำเวเนซุเอลา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้อ้างถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า “หลักนิยมดอนโร (Donroe Doctrine)”[2] ซึ่งหมายถึงการใช้แสนยานุภาพทางทหารพิชิตโลกตะวันตกโดยการฟื้นฟูหลักนิยมมอนโร (Monroe Doctrine) ที่ประธานาธิบดีเจมส์ มอนโรแถลงต่อรัฐสภาในปี 1823[3]

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม อธิปไตยและความมั่นคงในระดับภูมิภาคมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคตะวันตก (The Western Hemisphere) ซึ่งเผชิญภัยคุกคามสามประการ ได้แก่ การอพยพ ยาเสพติดและอาชญากรรมและจีนที่เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ซึ่งสหรัฐฯถือว่าเป็นสวนหลังบ้านของตน

รัฐบาลทรัมป์มีเจตนาป้องกันไม่ให้มหาอำนาจที่เป็นศัตรู (จีนและรัสเซีย) ครอบงำตะวันออกกลาง แหล่งน้ำมันและก๊าซรวมทั้งเส้นทางขนส่งสำคัญ ขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยง “สงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น” ซึ่งทำให้สหรัฐฯติดอยู่ในภูมิภาคนี้ด้วยต้นทุนมหาศาล สหรัฐฯมุ่งหวังให้เทคโนโลยีสหรัฐฯขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า เช่น มาตรฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ ชีวภาพและการคำนวณควอนตัม

จีนวางแผนกลยุทธ์ (Playbook) ในละตินอเมริกาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2000 เวเนซุเอลามีน้ำมันดิบสำรองพิสูจน์แล้วมากกว่า 300,000 ล้านบาร์เรล ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ผู้นำขณะนั้นเริ่มท้าทายสหรัฐฯด้วยการสร้างพันธมิตรกับรัสเซีย จีนและอิหร่าน ทำใหสหรัฐฯไม่พอใจอย่างมากจึงกดดันเวเนซุเอลาด้วยการคว่ำบาตร โดดเดี่ยวทางการทูตจนในที่สุดเศรษฐกิจเวเนซุเอลาล่มสลาย อัตราเงินเฟ้อในปี 2018 พุ่งขึ้นเป็นร้อยละ 1,000,000 ขาดแคลนสินค้าอุปโภคและยารักษาโรค ชาวเวเนซุเอลา ล้านคนอพยพไปอยู่ต่างประเทศ

ในปี 2007 จีนทำสัญญาเงินกู้ค้ำประกันด้วยน้ำมันกับเวเนซุเอลา (ราคามีส่วนลด) ช่วงเศรษฐกิจล่มสลาย เวเนซุเอลาเป็นหนี้จีนมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เวเนซุเอลาส่งออกน้ำมันไปยังจีนในปริมาณครึ่งหนึ่งของการส่งออกทั้งหมด วิศวกรจีนเข้าควบคุมงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ โดยเวเนซุเอลาไม่สามารถต่อรอง ผิดนัดชำระและหลบเลี่ยงหนี้ ทั้งนี้เจ้าหนี้อยากให้กู้ตลอดไป

ท่าที่ของจีนเป็นไปตามมาตรฐานทางการทูตเหมือนที่ผ่านมา จีนประณามการใช้กำลังและการแทรกของสหรัฐฯในเวเนซุเอลา โดยเรียกร้องให้เคารพกฎหมายระหว่างประเทศและรักษาสันติภาพ จีนมองเวเนซุเอลาเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ในละตินอเมริกาและสนับสนุนรัฐบาลมาดูโรท่ามกลางความขัดแย้งกับสหรัฐฯ จีนปล่อยเงินกู้แก่เวเนซุเอลาในช่วงปี 2005 – 2022 และนำเข้าน้ำมันซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐบาลมาดูโร

ขณะที่สหรัฐฯเห็นว่าละตินอเมริกาควรมีบทบาทป้องกันการไหลของผู้อพยพเข้าสู่สหรัฐฯ แม้ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติระบุถึงสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่การยืนยันว่าสหรัฐฯสามารถส่งกองทัพไปโจมตี “กลุ่มค้ายาเสพติด” ได้ทุกที่ ในโลกขัดแย้งกับหลักการอธิปไตยของชาติที่ระบุไว้ในยุทธศาสตร์นี้[4]

เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026 (ช่วง 10 วันแรกของเดือนรอมฎอน) สหรัฐฯและอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ชื่อรหัส Operation Epic Fury เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครอง ทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน Ayatollah Ali Khamenei และอดีตประธานาธิบดี Mahmoud Ahmadinejad รวมทั้งผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) 40 คนเสียชีวิต

อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลและส่งฝูงอากาศยานไร้คนขับ (Drone) โจมตีเป้าหมายที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯในหลายประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย หลายฝ่ายคาดว่าการสู้รบคงจะดำเนินต่อไปหลายสัปดาห์และยากที่คาดการณ์ถึงจุดจบ สร้างแรงกดดันรุนแรงต่อประเทศในภูมิภาคในการจัดการความเสี่ยงต่อพลเรือนและความไร้เสถียรภาพ Chatam House สถาบันคลังสมองของอังกฤษประมินว่าการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯและอิสราเอลจะทำให้จีนประสบชัยชนะทางยุทธศาตร์ระยะยาวโดยไม่ตั้งใจ[5]

การนิ่งเฉยของจีนไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เป็นแผนกลยุทธ์แบบเดียวที่ใช้กับเวเนซุเอลา โดยในปี 2021 จีนและอิหร่านลงนามในข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนระยะเวลา 25 ปีมูลค่า 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐครอบคลุมการซื้อขายน้ำ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ท่าเรือ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและความร่วมมือด้านการทหาร

เมื่อ 2,000 ปีก่อน จีนใช้การค้า อำนาจต่อรองและเวลาเพื่อปรับเปลี่ยนดุลอำนาจในเอเชียและที่อื่น ๆ ด้วยระบบ “จิ้มก้อง” (册封体制)  หรือระบบรัฐบรรณาการ (tribute system)[6] ที่เริ่มต้นในสมัยราชวงศ์ถัง ภายใต้การนำของฮ่องเต้ถังไท่จงที่แผ่อำนาจจากดินแดนตะวันออกของรัสเซียไปจนถึงแถบอิหร่าน ปัจจุบันระบบจิ้มก้องคืนชีพในชื่อโครงการริเริ่มแถบและทาง (BRI) ตะวันตกเรียกระบบนี้ว่าเป็นกับดักหนี้ (debt trap)

จีนใช้เงินจำนวนมหาศาลในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทั่วเอชีย แอฟริกา ยุโรปและละตินอเมริกา โดยสร้างท่าเรือ ถนน ทางรถไฟและโรงไฟฟ้าแลกกับการค้าขายกับจีนรวมทั้งจัดแนวนโยบายสอดคล้องกับจีนในฐานะผู้นำในภูมิภาค จีนเป็นผู้ให้ประโยชน์ที่ไม่ต้องการเมืองขึ้น ท่าเรือ Hambantota ในศรีลังกาถูกหยิบยกเป็นตัวอย่างการล่าอาณานิคมสมัยใหม่

ขณะรายงานสงครามเปลี่ยนระบอบการปกครองอิหร่านโดยสหรัฐฯและอิสราเอลย่างเข้าสู่วันที่ 10 ความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งจะบรรเทาลงดูมีความท้าทายมากขึ้น ล่าสุดเมื่อ 9 มีนาคม 2026 อิหร่านประกาศแต่งตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” บุตรชายคนที่สองของอยาตุลเลาะฮ์อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ นักวิเคราะห์บางคนมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจแบบราชวงศ์และกลุ่มสายแข็งยังคงมีอำนาจทำให้โอกาสเจรจาเป็นไปได้ยาก

โครงสร้างการปกครองอิหร่านมาจากแนวคิดระบอบการปกครองโดยนักนิติศาสตร์ (The Guardianship of the Islamic Jurist/Velayat-e Faghih) ที่เสนอโดยอยาตุลเลาะห์รูฮอลลาห์ โคมัยนี กำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอิสลาม (Faqih) มีอำนาจสูงสุดในการบริหารรัฐ[7]และเป็นที่มาของความชอบธรรม (legitimacy) การกำจัดผู้นำสูงสุดไม่สามารถทำให้อิหร่านสูญเสียความเป็นรัฐเทวาธิปไตย (Theocracy)[8]

IRGC เป็นกองกำลังหลักหลายเหล่าทัพกำลังพล 150,000 นายมีหน้าที่ปกป้องระบอบอิสลามและควบคุมกองกำลังกึ่งทหารอาสาสมัคร Basij สมาชิก 1 – 3 ล้านคนรวมทั้งบริหารกองกำลังพิเศษต่างประเทศ Quds กองกำลังเหล่านี้มีรายได้จากการควบคุมโครงสร้างเศรษฐกิจ การส่งออก – นำเข้า สัญญาสัมปทานน้ำมัน คลังอาวุธ เครือข่ายข่าวกรองกระจายฝังตัวอยู่ในทุกจังหวัดของอิหร่าน การสังหารผู้นำไม่สามารถทำลายโครงสร้างสถาบัน

พื้นที่อิหร่านมีขนาด 1.2 ล้านกิโลเมตร เขตอาณาทางบก ด้าน ประชากร 92 ล้าน (ร้อยละ 20 นับถืออิสลามนิกายชีอะห์) มีน้ำมันดิบสำรองมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ไม่ปรากฏความแตกแยกในศูนย์กลางการปกครอง การโจมตีเด็ดหัวผู้นำ (decapitation strike) ทำให้เกิดสุญญากาศอำนาจชั่วขณะหนึ่ง แต่จะถูกแทนที่ด้วยกลุ่มอำนาจที่มีการจัดโครงสร้างองค์กรเข้มแข็ง โหดเหี้ยมและเตรียมการมาเป็นอย่างดี ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์/ฉากทัศน์ที่แตกต่างกันดังนี้

ฉากทัศน์ที่ 1 การล่มสลายอย่างสิ้นเชิง (total collapsed) สหรัฐฯจัดตั้งรัฐบาลหุ่นภายใต้การนำของเรซา ปาเลวี บุตรชายของอดีตชาห์ผู้ปกครองอิหร่าน ซึ่งลี้ภัยอยู่ที่กรุงวอชิงตัน โดยสัญญาจะมีการเลือกตั้งแบบเสรี นำอิหร่านกลับสู่ประชาคมโลก โครงการนิวเคลียร์ถูกรื้อถอน ปัญหาคือเรซา ลี้ภัยไปอยู่สหรัฐฯตั้งแต่ปี 1979 ไม่มีฐานทางการเมืองและกองกำลังที่ภักดีรัฐบาลจะมีความเปราะบางและอยู่รอดได้ไม่นาน ความเป็นไปได้ร้อยละ 15 – 20

ฉากทัศน์ที่ 2 การแบ่งแยก (fragmentation) ภูมิภาคต่าง ๆ ถูกควบคุมโดยกลุ่มชาติพันธ์ที่มีกำลังติดอาวุธ ภาตะวันออกเฉียงเหนือชาวเคิร์ดกว่า 10 ล้านจะปกครองตนเองหรือแยกตัวเป็นอิสระทันที ด้านตะวันออกเฉียงใต้เบลูชิกลุ่มชายขอบที่ถูกลดความสำคัญจะขอปกครองตนเอง ประชากรอาหรับในจังหวัดคูซิสถานแหล่งน้ำมันดิบขนาดใหญจะตัดสินอนาคตของตนเอง กลุ่มต่าง ๆ จะเข้าแย่งชิงอำนาจในเมืองหลวง ความขัดแย้งภายในจะแพร่ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้านเช่น ตุรกี อิรักและซีเรีย โอกาสความเป็นไปได้ปานกลางถึงสูง

ฉากทัศน์ที่ 3 กลุ่มสายแข็งเข้าควบคุมอิหร่าน (The hardliner takeover) สื่อตะวันตกไม่ค่อยพูดถึงฉากทัศน์นี้ ช่วงสุญญากาศ IRGC จะฉวยโอกาสใช้ความโหดร้ายกระชับอำนาจอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนความคิดความเชื่อและพฤติกรรม (radicalize) ไปสู่แนวทางสุดโต่ง (extremist) เช่นเดียวกับสงครามฉนวนกาซาปี 2023 – 2024 เมื่อสายแข็งจนตรอกจะอยู่ในภาวะไม่มีอะไรต้องสูญเสีย โอกาสความเป็นไปได้ปานกลางถึงสูง โดยเฉพาะหากไม่มีกลุ่มสายกลางเข้ารับช่วงอำนาจภายในระยะเวลา 60 - 80 วัน

ฉากทัศน์ที่ 4 การทำข้องตกลงแบบรวดเร็ว (the quick deal) ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังกำหนดท่าทีเข้าหาเจ้าหน้าที่อิหร่านที่รอดจากการทำสงคราม นักการเมืองระดับกลาง นักวิชาการ นักปฏิบัตินิยมที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมที่ถูกโจมตีในวันแรกของสงคราม ส่งสารแสดงเจตนาให้ IAEA ตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์อย่างเต็มที่ ยุติการเสริมสมรรถะแร่ยูเรเนียมและโครงการอาวุธอย่างถาวร แลกกับการที่สหรัฐฯหยุดทิ้งระเบิด รัฐบาลพลเรือนอิหร่านที่ไม่ไดรับการสนับสนุนจากภายนอกเข้าทำหน้าที่

ประเทศคนกลางที่เหมาะสมจะทำข้อตกลงนี้คือจีน ซึ่งจัดทำข้อตกลงความร่วมือระยะยาวกับอิหร่าน บริษัทจีนฝังตัวอยู่ในอุตสาหกรรมน้ำมัน ท่าเรือและการสื่อสารคมนาคมของอิหร่าน จีนมุ่งหวังให้เกิดเสถียรภาพในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียโดยเป็นการตั้งค่ายุทธศาสตร์ใหม่ (strategic reset) ทั้งนี้จีนต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วภายใน 30 วันข้างหน้าโดยใช้ BRI เป็นเครื่องมือจัดการวิกฤติ

ฉากทัศน์ที่ 5 สงครามระดับภูมิภาค (the regional war) เป็นฉากทัศน์ที่เจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯไม่ต้องการให้เกิด แต่อย่าลืมว่ากลุ่มอักษะตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐเช่น ฮูซี เฮซบอลลาห์และกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ ยังมิได้ถูกทำลายกลุ่มเหล่านี้ทำตัวเป็นแฟรนไชส์ของอัล-ไคดามีเป้าหมายและความทุกข์ยากของตัวเอง ปฏิบัติกการ Epic Fury เป็นการเปิดไฟเขียวให้แฟรนไชส์เหล่านี้สร้างผลงาน

The Economist เปรียบสงครามสหรัฐฯและอิสราเอลรุมโจมตีอิหร่านครั้งนี้ว่าเป็นสงคราอ่าวครั้งที่ (Gulf War 3) ครั้งแรกคือสงครามอิรักรุกรานคูเวต ทำให้ชายชาวซาอาอุดีอาระเบียปรากฏตัวขึ้นในฐานะหัวหน้าขบวนการอัล-ไคดา ตามมาด้วยสงครามโค่นซัดดัม ฮุสเซน สำหรับจีน 28 กุมภาพันธ์ 2026 อาจเป็นวันขึ้นเครื่องหมาย XD (Excluding Dividend)[9] ของยุทธศาสตร์ที่วางไว้เป็นระยะเวลา 20 ปี



[1] National Security Strategy of the United States of America November 2025 (PDF) Available at: https://www.whitehouse.gov/wp-content/uploads/2025/12/2025-National-Security-Strategy.pdf

[2] Trump's 'Donroe Doctrine' seeks influence over Western Hemisphere citing old US policy ABC News By Mariam Khan January 6, 2026, 7:09 AM Available at: https://abcnews.go.com/Politics/trumps-donroe-doctrine-seeks-influence-western-hemisphere-citing/story?id=128926397

[3] The 200-Year-Old Foreign Policy Vision Underlying Trump’s ‘Donroe Doctrine’ TIME Jan 7, 2026 6:00 PM IT by

Nandika Chatterjee Available at: https://time.com/7343795/trump-venezuela-monroe-doctrine-history/

[4] Breaking down Trump’s 2025 National Security Strategy Commentary Breaking down Trump’s 2025 National Security Strategy Brookings experts weigh in Scott R. Anderson, Aslı Aydıntaşbaş, Pavel K. Baev, Vanda Felbab-Brown, Daniel S. Hamilton, Kari Heerman, Mara Karlin, Patricia M. Kim, Lynn Kuok, Michael E. O’Hanlon, Steven Pifer, Stephanie K. Pell, Landry Signé, Melanie W. Sisson, Constanze Stelzenmüller, Caitlin Talmadge, Tara Varma, Valerie Wirtschafter, and Andrew Yeo December 8, 2025 https://www.brookings.edu/articles/breaking-down-trumps-2025-national-security-strategy/

[5] US and Israel attack Iran, killing Khamenei. Tehran launches counterstrikes: Early analysis from Chatham House experts Expert comment Published 28 February 2026Updated 2 March 2026 —https://www.chathamhouse.org/2026/02/us-and-israel-attack-iran-early-analysis-chatham-house-experts US and Israel attack Iran: Early analysis from Chatham House experts Domingo, 01/Mar/2026 Bronwen Maddox, Marc Weller, Marion Messmer, Sanam Vakil Chatham House Available at: https://www.almendron.com/tribuna/us-and-israel-attack-iran-early-analysis-from-chatham-house-experts/

[6] ระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่รัฐรอบข้างต้องส่งเครื่องบรรณาการ (ของกำนัล) มาถวายจักรพรรดิจีนในฐานะ “โอรสแห่งสวรรค์” เพื่อแสดงความยอมสวามิภักดิ์แลกกับการได้รับพระราชทานของขวัญตอบแทน ความคุ้มครองทางการทหารและสิทธิในการค้าขายกับจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางอารยธรรมและมีอำนาจสูงสุด

[7] แนวคิดนี้เป็นรากฐานของโครงสร้างอำนาจในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านหลังการปฏิวัติปี 1979 โดยให้ผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการปกครองและการตัดสินใจที่สำคัญ

[8] หมายถึงระบอบการปกครองที่ศาสนาและอำนาจทางการเมืองรวมเป็นหนึ่งเดียว โดยผู้นำศาสนาหรือนักบวชเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุด กฎหมายของรัฐอิงตามหลักศาสนา (เช่น กฎหมายชารีอะห์) ตัวอย่างที่ชัดเจนในปัจจุบันได้แก่ อิหร่านนครวาติกันเและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสถาบันศาสนามีบทบาทเหนือกว่ากฎหมายแพ่งทั่วไป

[9] ในตลาดหุ้นหมายถึงวันที่ผู้ซื้อหุ้นจะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลในรอบนั้น สัญลักษณ์นี้แสดงว่าหุ้นตัวนั้นได้ประกาศจ่ายปันผลแล้ว หากซื้อในวัน XD หรือหลังจากนั้นจะไม่ได้รับเงินปันผล แต่ถ้าซื้อก่อนวันขึ้น XD จะได้รับสิทธิ์ โดยปกติราคาหุ้นมักจะปรับตัวลดลงเท่ากับมูลค่าเงินปันผลในวันดังกล่าว

Author Image

About Kim
Kim is a retired civil servant, specializing in intelligence analysis. He loves productivity hacks, minimalist workflows and CSI series.

No comments

Powered by Blogger.