ได้คืบจะเอาศอก ได้ศอกจะเอาวา

 

ที่มาภาพ: https://www.middleeasteye.net/explainers/what-greater-israel?utm_source=facebook&utm_medium=social&utm_campaign=Social_Traffic&utm_content=ap_jq7j8r9gsp

นังสือ The Israel Lobby and U.S. Foreign Policy (2007) เขียนโดย John Mearsheimer ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยชิคาโกและ Stephen Walt ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ Harvard Kennedy School สรุปว่า กลุ่มล็อบบีสนับสนุนอิสราเอล[1] ได้บิดเบือนนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯให้เอื้อประโยชน์ต่ออิสราเอลโดยบางครั้งขัดแย้งกับผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ

        เมษายน 2026 (หลังสงครามอิหร่านดำเนินมา 40 วัน) John Mearsheimer ได้กล่าวปาฐกถาต่อที่ประชุม Arab Center กรุงวอชิงตัน ระบุว่า[2] นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯต่อตะวันออกกลางถูกขับเคลื่อนโดยอิสราเอล สหรัฐฯสนับสนุนอิสราเอลแบบไม่มีเงื่อนไข (unconditionally) ผลประโยชน์แห่งชาติของอิสราเอลและสหรัฐฯอาจแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา เมื่อไหร่ที่ผลประโยชน์แห่งชาติสหรัฐฯแตกต่างกับอิสราเอล สหรัฐฯมักจะคล้อยตามผลประโยชน์ของอิสราเอลเนื่องเพราะอิทธิพลของกลุ่มลอบบี

มหายุทธศาสตร์ (Grand Strategy) ของอิสราเอลมีจุดมุ่งหมาย 1) ขยายอาณาเขตอิสราเอล (Greater Israel)[3] รวมถึงการผนวกดินแดนยึดครองในเขตเวสต์แบงค์และฉนวนกาซา อิสราเอลมีความทะเยอทะยานอย่างมากในการขยายดินแดนไปถึงตอนใต้ของเลบานอนและซีเรีย 2) การล้างเผ่าพันธุ์ (ethnic cleansing)[4] ในเขตยึดครองซึ่งมีประชากรชาวปาเลสไตน์และชาวยิวเท่ากัน (อิสราเอลยอมรับให้มีชาวปาเลไตน์เพียงร้อยละ 20) โดยมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งในการล้าง/กวาดล้างชาติพันธุ์ และ

3) ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านอ่อนแอเท่าที่จะเป็นไปได้และอยู่ภายใต้การควบคุม/ข่มขู่ของสหรัฐฯ เช่น อิยิปต์ จอร์แดนและเลบานอน สำหรับประเทศที่มีขนาดใหญ่อาทิ ซีเรีย อิหร่านและเตอร์กี แนวทางดังกล่าวอาจไม่ได้ผล จึงต้องทำลายให้แหลกเป็นชิ้น ๆ (wreck those country) กรณีของอิหร่าน การทำลายให้แตกแยกเป็นส่วน แบบซีเรียอาจทำไม่ได้ อิสราเอลจึงหันมาใช้วิธีเปลี่ยนแปลงการปกครอง (Regime Change)

รายงานเชิงสืบสวนของ Newyork Times[5] เปิดเผยเบื้องหลังการตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านของประธานาธิบดีทรัมป์ว่าเกิดจากการวิ่งเต้นเจรจา (Lobby) โน้มน้าวอย่างเป็นระบบโดยผู้มีบทบาทสำคัญได้แก่ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลและ David Barnea หัวหน้าหน่วยข่าวกรองต่างประเทศ (MOSSAD) ใช้เวลาหลายเดือนในการโน้มน้าวประธานาธิบดีด้วยตนเอง โดยตรวจสอบข้อมูลข่าวกรองและวิดีโอตัดต่อในทำเนียบขาว เพื่อโต้แย้งว่าอิหร่านกำลังจะล่มสลายและสถานการณ์สุกงอมพอที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างถึงจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของเขาพร้อมกับพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศและสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษประจำตะวันออกกลางว่ามีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวให้เขาเชื่อว่าสถานการณ์ในอิหร่านได้มาถึงจุดที่ไม่อาจหวนกลับ

มีรายงานว่าคูชเนอร์ได้แจ้งให้ประธานาธิบดีทรัมป์ทราบว่า ความพยายามทางการทูตกับอิหร่านเป็นเพียง “การเล่นเกม” รายงานระบุรายละเอียดว่าการตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังจากเนทันยาฮูได้เสนอให้ใช้โอกาสที่เหลืออยู่น้อยนิดในการโจมตีผู้นำอิหร่าน

           ตลอดช่วงสงครามระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่าน สหรัฐฯแสดงให้เห็นความเหนือกว่าทางด้านกำลังทหารแบบดั้งเดิม รัฐบาลทรัมป์โอ้อวดถึงความสำเร็จเชิงปริมาณก่อนการหยุดยิงเมื่อ 8 เมษายน 2026 ว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯรายงานว่า สหรัฐฯ (เพียงฝ่ายเดียว) ได้ปฏิบัติการทางอากาศมากกว่า 10,000 เที่ยวบิน โจมตีเป้าหมายกว่า 130,000 แห่งและสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านได้ 1,700 ลูก

ปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวได้ทำลายโรงงานผลิตขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านไปมากกว่าร้อยละ 85 สหรัฐฯได้จมเรือรบส่วนใหญ่ของอิหร่านและทำลายโครงสร้างพื้นฐานการยิงขีปนาวุธร้อยละ 70

ขณะที่กองทัพสหรัฐฯได้ปฏิบัติการที่มีความแม่นยำและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การลดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านและการโจมตีผู้นำระดับสูง แต่กลับประสบปัญหาในการบรรลุชัยชนะอย่างเด็ดขาด

การรณรงค์ทางทหารและความขัดแย้งที่ตามมาเปิดเผยข้อจำกัดที่สำคัญและนำมาซึ่งความท้าทายใหม่ ๆ ที่รุนแรง การตอบโต้แบบอสมมาตร (asymmetry) และใช้เศรษฐกิจเป็นเครื่องมือ แสดงให้เห็นความสามารถในการต่อรอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซและโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศพันธมิตรสหรัฐฯในอ่าวเปอร์เซีย

ลักษณะของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อทำให้สหรัฐฯและพันธมิตรต้องใช้อาวุธสำคัญราคาแพงและเติมเต็มได้ช้า พันธมิตรได้รับความเสียหายจากความขัดแย้งในภูมิภาคทำให้ความสัมพันธ์กับรัฐต่าง ๆ ในอ่าวเปอร์เซียตึงเครียดอย่างมากและเป็นบททดสอบความสามัคคีของนาโต

กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับตระหนักว่าสหรัฐฯไม่สามารถป้องกันการตอบโต้ที่ทำลายเศรษฐกิจของพวกตนได้อย่างสมบูรณ์ ระบบป้องกันทางอากาศกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดการโจมตีตอบโต้จากอิหร่าน ทำให้ต้องแสวงหาทางเลือกอื่นในการสร้างสมดุลทางภูมิศาสตร์การเมือง แม้สหรัฐฯประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการ แต่ชัยชนะโดยสมบูรณ์ยังคงเป็นสิ่งที่ยากจะบรรลุ

ความขัดแย้งนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศที่ถูกโดดเดี่ยวและถูกคว่ำบาตรเป็นเวลานานจะพัฒนาความยืดหยุ่นอย่างมาก ทำให้สหรัฐฯต้องพึ่งพาการเจรจาที่ซับซ้อนและยืดเยื้อแทนที่จะใช้มาตรการทางทหารที่เด็ดขาด[6] สำหรับบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความเป็นจริงทางยุทธศาสตร์ของความขัดแย้ง โปรดอ่านเพิ่มเติมจากเว็บไซต์สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสถาบันวอชิงตันเพื่อการวิเคราะห์นโยบายตะวันออกใกล้[7]

       ผลกระทบจากสงครามอิหร่านอาจเปลี่ยนแปลงกระดานหมากรุกทางภูมิศาสตร์การเมือง ส่งผลให้มหาอำนาจบางประเทศสูญเสียกำลังพล ในขณะที่ประเทศที่มีอำนาจปานกลางอื่น ๆ อาจได้รับประโยชน์จากพันธมิตรใหม่ ข้อตกลงทางการค้าหรือการปรับปรุงห่วงโซ่อุปทาน

แม้อิหร่านจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการสู้รบในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ก็มีหลายด้านที่เตหะรานอาจผงาดขึ้นและอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งขึ้นในระดับภูมิภาค

จีนยังคงอดทนในเชิงกลยุทธ์และแสวงหาหนทางที่จะได้รับประโยชน์จากความขัดแย้งครั้งนี้ ทั้งในด้านภูมิศาสตร์การเมืองและในแง่ของพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน สำหรับรัสเซียผลกระทบของสงครามมีทั้งด้านดีและด้านเสีย มอสโกได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ก็เฝ้าดูความสามารถในการต่อต้านโดรนของยูเครนซึ่งกลายเป็นที่ต้องการอย่างมากจากรัฐในอ่าวเปอร์เซียและประเทศอื่น ๆ[8]

ความได้เปรียบทางทหารของสหรัฐฯถูกคุกคามจากการแพร่หลายของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงโลก เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโดรนไร้คนขับ แม้หรัฐฯยังคงเป็นผู้นำด้านการวิจัย แต่ความได้เปรียบในการแข่งขันกำลังลดลงเนื่องจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแบบราชการไม่สามารถตามทันอัตราการใช้งานและกระจายตัวอย่างที่เห็นในความขัดแย้งระดับโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ทางทหารได้เน้นย้ำถึงปัจจัยเฉพาะหลายประการที่ขับเคลื่อนวิกฤตนี้ อาทิปัญหาคอขวดในการจัดซื้อจัดจ้าง ระบบการจัดซื้ออาวุธแบบดั้งเดิมของเพนตากอนที่ใช้ระยะเวลานาน ช้าเกินไปสำหรับยุคดิจิทัลกลายเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการใช้งานเทคโนโลยีที่ทันสมัยและคุ้มค่า

การเพิ่มขึ้นของฝูงโดรนไร้คนขับ AI และโดรนไร้คนขับทำงานด้วยความเร็วและการประสานงานที่นักบินมนุษย์ไม่สามารถเลียนแบบได้ ศัตรูที่บูรณาการเทคโนโลยีฝูงหุ่นยนต์อย่างรวดเร็วคุกคามโครงสร้างทางทหารแบบดั้งเดิมของสหรัฐฯ (ยังมีต่อตอนที่ 3)



[1] การรวมตัวกันอย่างหลวม ๆ ของกลุ่มบุคคลและองค์กรที่ทำงานอย่างแข็งขันเพื่อให้สหรัฐฯสนับสนุนอิสราเอล กลุ่มที่โดดเด่นและทรงอิทธิพลที่สุดมักเป็นองค์กรที่สนับสนุนนโยบายสายเหยี่ยว (ฝ่ายขวา) ของอิสราเอล เช่น คณะกรรมการกิจการสาธารณะอเมริกัน-อิสราเอล (AIPAC) กลุ่มล็อบบีสนับสนุนอิสราเอลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในการเมืองสหรัฐฯ/องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรมีสมาชิก 6.5 ล้านคน ทำหน้าที่รณรงค์และสนับสนุนงบประมาณหาเสียงให้แก่นักการเมืองอเมริกันทั้งจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน เพื่อผลักดันนโยบายความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯกับอิสราเอล

[2] US Middle East Policy: The Growing Propensity for Genocide Arab Center Washington DC Apr 10, 2026 Available at: https://www.youtube.com/watch?v=nXQLRDDmU6Q&t=1883s

[3] Greater Israel (มหารัฐอิสราเอล) คือ แนวคิดหรืออุดมการณ์ทางการเมืองและศาสนาของชาวยิวบางกลุ่ม (โดยเฉพาะขบวนการไซออนิสต์สายเคร่งศาสนา) ที่ต้องการขยายอาณาเขตของประเทศอิสราเอลให้ครอบคลุมดินแดนในอดีตตามคัมภีร์โบราณ

[4] นโยบายหรือการกระทำที่ตั้งใจใช้ความรุนแรง ข่มขู่ หรือบังคับเนรเทศ เพื่อขับไล่กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเชื้อชาติ หรือกลุ่มศาสนาอื่นออกจากพื้นที่เป้าหมาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างพื้นที่ทางภูมิศาสตร์นั้นให้มีแต่คนกลุ่มเดียวที่มีความเหมือนกัน ความรุนแรงนี้มักมาในรูปแบบของการบังคับอพยพ การทำลายล้างทรัพย์สิน การคุมขัง ไปจนถึงการสังหาร ซึ่งในทางกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำนี้ถูกจัดเป็น อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

[5] How Trump Took the U.S. to War With Iran The New York Times April 7, 2026 Available at: https://www.nytimes.com/2026/04/07/us/politics/trump-iran-war.html

[6] The Middle East Power Paradox How the Iran War Will Transform America’s Military By Role Dana Stroul Foreign Affairs July/August 2026 Published on June 16, 2026 Available at: https://www.foreignaffairs.com/iran/middle-east-power-paradox-dana-stroul

[7] The Middle East Power Paradox: How the Iran War Will Transform America’s Military Role by Dana Stroul Jun 16, 2026 Available at https://www.washingtoninstitute.org/policy-analysis/middle-east-power-paradox-how-iran-war-will-transform-americas-military-role

[8] Great Power Implications of the War in Iran INTELBRIEF June 26, 2026 https://thesoufancenter.org/intelbrief-2026-june-26/

Author Image

About Kim
Kim is a retired civil servant, specializing in intelligence analysis. He loves productivity hacks, minimalist workflows and CSI series.

No comments

Powered by Blogger.